2008/Mar/26

สวัส-ดา-คิบ.....สวัสดีคับบบ (ชอบจิง มุกเสี่ยวของปิดเทอมใหญ่ฯเนี่ย) ใครยังไม่ได้ดู อิกิ๊ฟขอบอกว่าสองรอบแล้วค่ะ สนุกดี คิดถึงสมัยวัยละอ่อน เป็นหนังที่ดีกว่า Season Changes อีกน้าในความคิดอิชั้น แต่ที่ชอบที่สุดคือ นมของน้องอ้อย ฮือ อิจฉาเว้ยยยยย T_T

กลับมาที่ภาคต่อของการเดินทางกันดีกว่าค่ะ หลังจากเหนื่อยและทรหด(แต่สุขใจ)กันในเกาหลีแล้ว อิชั้นกะเจ้านายก็ยักย้ายส่ายสะโพกงามๆเดินทางเข้าญี่ปุ่นกันท่ามกลางอากาศที่ยังหนาวและลมแรง เป็นทริปญี่ปุ่นเปิดซิงอิชั้นเลยนะเนี่ย อิอิ ติดตามกันได้เลยนะคะ อ้อ รูปเยอะมากที่เดียว ขอบอกกกกก

ครั้งที่แล้วมีรูปเครื่องบินลำที่เราจะต้องเดินทางด้วยไปแล้ว พอขึ้นเครื่องก้เป็นเวลาอาหารกลางวันพอดีค่ะ อิวรรณนภาฝันหวานถึงอาหารญี่ปุ่นแท้ๆแบบต้นตำรับ กินแบบร้องโออิชิกันไปเลย เอ เมนูญี่ปุ่นแรกของเราจะเป็นอะไรกันดีน้า ซูชิ? คัตสึด้ง? ข้าวแกงกะหรี่? หรือจะเป็นเทปุระ?

ค่ะ เพราะมันคือฝันกลางวันบนสายการบิน JAL ไงล่ะคะ ของจริงมันมาแบบนี้....

....

..

.

 

อาหารกล่องขนาดบรรจุพกพา ปิดผนึกมาอย่างดีแบบต้องมนตรา สะอาดและแพคเกจจิ้งสวยตามสไตล์ญี่ปุ่น

ส่วนข้างในน่ะเหรอคะ.......

คุณๆเคยทานบะจ่างแช่ตู้เย็นแบบไมได้อุ่นร้อนไม๊คะ นั่นแหละค่ะอาหารกลางวันมื้อแรกเหนือน่านน้ำญี่ปุ่นของอิช้านนน บวกกับไข่ เห็ด สาหร่าย แล้วก็มีของหวานเป็นฟรุตสลัดกล่องเล็ก อิชั้นกลืนน้ำลายเอื๊อก.......อารมณ์ค้างเฟ้ยยย (ฮือ ไม่อร่อยเลย)

หลังจากเดินทางกันได้ประมาณสองชมติ๊ดๆ ก็มาถึงสนามบินที่มีเที่ยวบินลงจอดหนาแน่นมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แต่เนื่องจาก JAL ไม่ได้อยู่ในกลุ่ม Star Alliance เหมือน TG, ANA ก็เลยต้องจอดที่ Terminal 2 ค่ะ และเนื่องจากมีแต่คนอยากจะชื่นชมประเทศแห่งอาทิตย์อุทัยนี้ อิกิ๊ฟกะเจ้านายก็เลยต่อคิวเพื่อรอตรวจPasspost แค่ชม กว่าๆเท่านั้นเองค่ะ เมื่อยมากกกกกกกกกกกกก

Welcome to Narita! มันใช่ชินจังไม๊คะคุณๆขา

จุดหมายที่เราจะไปอยู่ในย่านธุรกิจสุดหรูของโตเกียว เป็นย่านที่เพิ่งเกิดใหม่ได้ไม่นาน ชื่อว่า Shiodome (ชิโอโดม-เมะ) เราเข้าเมืองกันโดย Limousine Bus สีส้มที่จะเวียนส่งตามโรงแรมต่างๆในแถบนั้น ราคาคนละสามพันเยนค่ะ (1000 Yen = 300 Baht) และโรงแรมที่เราจะไปพักกันนั้นชื่อว่า Royal Park Shiodome ค่า

คนญี่ปุ่นขึ้นชื่อในเรื่องของการให้บริการอันยอดเยี่ยม เหมือนกับทุกคนมีความภูมิใจในอาชีพของตัวเองสุดๆ คนขับรถลีมูซีนนี้จะจอดรถและลงไปยกกระเป๋าเข้าโรงแรมด้วยตัวเองทุกจุดรับส่งเลยค่ะ และที่อึ้งมากก็คือ พนักงานโรงแรมทุกจุดจะโค้งให้กับรถลีมูซีนของเราจนลับสายตา...........แม่เจ้า

ไม่รู้ว่าวัดอะไรค่ะ แต่ว่าสวยดี สถานที่โบราณท่ามกลางตึกระฟ้า ถนนสะอาดมากๆเลยค่ะ

ไม่ว่าญี่ปุ่นจะผลิตรถยนต์ลุ่นล่าสุดออกมาป้อนตลาดโลกมากแค่ไหน แต่แท๊กซี่โตเกียวก็ยังคงความคลาสสิคไว้แบบนี้มาช้านาน จื๊ดมากๆค่ะ

Tokyo Station หรือหัวลำโพงของโตเกียวนั่นเอง

ห้างไดมารูค่ะ ใหญ่และสูงเสียดฟ้าจิงๆ

ถึงโรงแรมกันเสียที เหน็ดเหนือยกับการเดินทางตั้งแต่เช้า เวลาเช๊คอินของอิชั้นและเจ้านายคือหกโมงครึ่งค่ะ เฮ้อ

เดินเข้ามาถึงก็เปลี่ยนรองเท้ากันก่อนนะคะ

แวะล้างหน้าสักนิด ของในกะบะนี้จะมีเติมให้ทุกวัน ห่อสีเหลืองๆเป็นเกลือขัดผิวกลิ่นเลมอนค่ะ หอมและสดชื่นมากมาย อยากจะงกเอากลับบ้านเหมือนกันอะนะ แต่ไม่มีที่ในกระเป๋าเลย เสียดาย >_<

ห้องน้ำที่โตเกียวส่วนมากจะให้บริการชักโครกแบบมีบริการล้างก้น ช่วงที่ไปหน้าหนาว น้ำออกมาเป็นน้ำอุ่นด้วย ชอบมากกกกกก นอกจากช่วยในการทำความสะอาดจิ๊มิน้อยแล้วนะคะ ยังเป็นเหมือนยาระบายสำหรับคนที่อึ-อึ๊ไม่ออกอีกด้วย ให้เวลากะมันนิดนึง แล้วก็ปล่อยให้น้ำอุ่นๆพุ่งขึ้นมา ปล่อยทิ้งไว้แบบนั้นล่ะค่ะ ให้มันย้ำ ย้ำ ย้ำ และย้ำไปเรื่อยๆ จากที่คุณไม่รู้สึกปวดอึก็จะค่อยๆอยาก ปล่อยให้ไหลไป......ให้ลอยลงสู่ทะเลให้หายไปปปปป สารพัดประโยชน์จริงๆเน้อ

เตียงนอนหนานุ่มกับหมอนหกใบ เอ่อ เกือบไม่มีชีวิตรอดตอนเช้าเพราะถูกหมอนปิดทับหน้าจนเกือบหายใจไม่ออก แง

จอที่เห็นเป็นทั้งพีซีและโทรทัศน์ค่ะ นอกจากนี้ยังสามารถซื้อหนัง AV ได้โดยการชำระผ่านบัตรเครดิต อู้ววว

วิวโตเกียวจากตึกชั้น 33 ค่ะ ไม่อยากจะน้ำเน่าเลยนะคะแต่ขอเถอะ "โตเกียวสวยเหลือเกินนนนน"

หลังจากเก็บกระเป๋า ล้างหน้าล้างตาเรียบร้อย ก็จะถึงดินเนอร์มื้อแรกกับลุกค้าแบบไม่เป็นทางการเท่าไร ลุย!

สาเกเสริฟ์มาในถ้วยแบบโบราณ แรงน้อยกว่าโซจูของเกาหลีค่ะ ไม่ฝาดลิ้นเท่าไร พอไหวๆ

Appetizer จานแรก O_o กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด ปลาเป็นตัวๆเลยวุ้ย คลุกมาในซอสอะไรซักอย่าง อึ๋ย เห็นตามันมองอิชั้นด้วยแววตาน่าสงสาร เจ้านายและลูกค้าก็ลุ้นให้กินใหญ่เลย ทางที่ดีหลับตาแล้วดูดเข้าไปเลยดีกว่า หากมองตามันนานๆแล้วอาจจะแหวะได้ รสชาตไม่เหม็นคาวเลยค่ะ เพียงแต่มันหยึยๆตอนเข้าปากเท่านั้นเอง ถ้าไม่จินตนาการว่าปลาน้อยร้อยตัวกะลังว่ายผ่านคอหอยของคุณไปก็โอเคค่ะ

วรรณนภากะเจ้านายค่ะ เจ้านายหน้าเริ่มแดงหลังจากดื่มเบียร์ผสมสาเกเข้าไป จะรอดไม๊เนี่ยย??

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ในที่สุด ฟ้าก็เข้าข้างริน ซาซิมิของโปรดมาแล้ววววววว ด้านซ้ายล่างนี่คือปลาทูน่าสดนะคะ ตรงกลางเป็นหอยเชลล์ที่โคดใหญ่ มุมล่างขวาเป็นแซลมอน ติดกับหอยเชลล์คือหอยปีกนก ละลานตามากมายยยย กรี๊ดดดดดดด

เทมปุระแบบต้นตำหรับ กรอบและอร่อยมากกกกกกกกกกกกกกก เคี้ยวได้จนถึงหางกุ้งเลย

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด (ขออีกรอบนะ) ซูชิแบบเนื้อเน้นๆๆๆๆ ดีใจที่ได้เกิดมา >____<

หลังจากจัดการอาหารบนโต๊ะไปหมดแล้ว เจ้านายและลุกค้ายังสั่งราเม็งมากินอีกแต่อิชั้นขอบายเพราะว่าอืดเต็มที่ แต่เหนือฟ้ายังมีฟ้าฉันใด กระเพาะอิกิ๊ฟก็ยังมีที่เหลือสำหรับของหวานเสมอ

Soft Ice-Cream รสวานิลลาค่ะ อร่อยมาก(อีกแล้ว)

ออกจากร้านแบบพุงป่องสุดๆๆๆๆๆ ขณะนั้นเป็นเวลาประมาณสามทุ่มกว่าแล้ว แต่ตามธรรมเนียมญี่ปุ่นก็ต้องไปจิบๆดื่มๆคุยๆกันต่อพอเป็นพิธี ตาเริ่มจะปิดแต่ยังนอนไม่ได้ค่ะ

ง่วงเหลื๊อเกินนนน แต่ตาลอยคอยมองบริกรอยู่ค่ะ หนุ่มญี่ปุ่นนี่สูง หล่อและน่ากินยิ่งกว่าซาซิมิอีก อิอิ

เป็นการรีวิวภาคเที่ยงเพื่อกระตุ้นต่อมอยากอาหารสำหรับคุณๆนะคะ สำหรับตอนต่อไปจะเป็นอะไรนั้น ติดตามได้ไม่นานเกินรอ (คนเขียนยังไม่รู้ว่าจะเอาอะไรมาโม้เลย แหะๆ)

ใกล้สิ้นเดือนแล้ว เย้ๆๆๆๆๆๆ ขอให้มีความสุขในวัน(ใกล้)วันเงินเดือนออกนะคะ

เทคแคร์ค่า คิดถึงนะ จุ๊บๆๆ

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet


แวะตามมาเที่ยวด้วยคนนะครัล
#43 by inint&anant (125.24.53.63) At 2010-01-18 21:49,
อาหาร ซูชิ น่าโซ้ยมาก ๆ sad smile
#42 by ที่พักโตเกียว (119.42.108.33) At 2010-01-13 01:30,
เขียนได้เร้าใจเจงเจงคับ
#41 by artee (124.122.153.37) At 2009-09-10 17:30,
ลีอูลอกดูกล้าฟู
#40 by ล (125.24.147.189) At 2009-08-13 10:08,
ชอบชักโครก เคยใลค่ะพอถอดกระโปรงละนั่นลงบนักโครกวันแรกที่ไปอึไม่ออกพอให้มันล้างตูดด้วยน้ำอุ่นอึก็ไหลออกตูดลงชักโครกจ๋อมๆเลยวันที่2อึออกดีละเริ่มชินพอนั่งชักโครกอึก็ออกสะบายพออึเสร็จละมันก็ล้างตูดให้แถมังมีปุ่มกดน้ำอัตโนมัตด้วยไม่หมือส้วมที่โรงเรียนเราพอจะอึต้องนั่งยองยองพอตอนอึออกลงหลุมส้วมนะน้ำที่หลุมมันก็กระเด็นมาโนขาอีกแถวยังต้อนั่งดูอึของตนที่กองเต็มหลุมอีก
#39 by อืม (117.47.229.37) At 2008-06-19 20:28,
เออ เราชอบชักโครกอะมันง่ายและสบายดีเราเคยใช้
#38 by แพทค่ะ (117.47.229.37) At 2008-06-19 20:21,
เออ เราชอบชักโครกอะมันง่ายและสบายดีเราเคยใช้
#37 by แพทค่ะ (117.47.229.37) At 2008-06-19 20:21,
#36 by (117.47.229.37) At 2008-06-19 20:20,
#35 by (117.47.229.37) At 2008-06-19 20:20,
เคยไปชิโอโดเม มาเหมือนกันเลย
บริษัทส่งไปสัมมนาที่ Dentsu
ชอบมากเลย ชอบโรงแรมที่เป็นห้องเล็กๆ มากเลย
มันดูพอดีไปหมด หุหุ โตเกียวนี่ ต้องอยู่สักเดือนนึงกำลังดี
#34 by lovepicnic (58.136.117.234) At 2008-04-03 17:59,
กลับมาอ่านแล้วจ้า.....
ญี่ปุ่นนี่ เมืองดูสงบและสะอาดจริงๆเลยเนอะ

เจ้านายกิ๊ฟท์ดูน่ารักจังเลยอ่ะ ดูสะอาดดี อิอิ

หนุ่มญี่ปุ่น ตัวสูงเยอะหรือเปล่าอ่ะคะ?
เห็นแต่หนุ่มเกาหลีตัวสูงใหญ่อะcry

แล้วยังไปไหนอีกใช่มะ จะรออ่าน
#33 by ~Pompoko~เดี๊ยนเองฮ่ะ At 2008-03-28 11:50,
ไปดูปิดเทอมมาแล้ว ก็ต้องเห็นเราแน่เลย อิอิ

เด๋วพรุ่งนี้มาอ่านละเอียดๆ แล้วเม้นนะจ๊ะ
วันนี้มาแปะไว้ก่อน surprised smile
#32 by ~Pompoko~เดี๊ยนเองฮ่ะ At 2008-03-27 23:38,
น่าไปจัง แต่คงกินปลา+ซาซิมิรึอะไรที่ดิบๆไม่ลงอ่ะค่ะ

เอามีดมาแทงกันเลยดีกว่าถ้าจะให้กิน

เอ..แต่โซจูมันรสเป็นงัย อยากกินจัง
#31 by * 예인 เยอิน * At 2008-03-27 21:37,
ผมรีวิวโตเกียวเอาไว้เชิญไปอ่านได้ครับ ^^Hot!
#30 by hellooak At 2008-03-27 20:23,
เพิ่งไปญี่ปุ่นมาเช่นกัน
แต่ทำไมโรงแรมที่พักมันต่างกันราวคอนโดกะห้องเช่า
อย่างงี้นะsad smile
แต่อาหารTGดูดีกว่านิดนึงมั้ง ไงคนไทยบินการบินไทยอุ่นใจสุดแล้ว
ซูชิน่าหม่ำสุดๆ
#29 by raccoon (125.27.9.83) At 2008-03-27 17:31,
ภาพและเรื่อง บวกภาพจบ สนุกมากมากHot!

(คงไม่ต้องบอกแล้วว่าน่าอิจฉาจริงๆ big smile)
#28 by GPEN At 2008-03-27 16:10,
อยากไปมั้งอ่า
#27 by Minami At 2008-03-27 13:48,
อยากไปญี่ปุ่นมากๆๆๆๆ