2009/Apr/30

มาแว้วววววว ได้เวลามารีวิวทริปใหญ่ที่สุดของปีนี้ (เพราะหมดตัวและปิดบัญชีไปเรียบร้อย T_T) เป็นทริปแห่งความบังเอิญเนื่องจากว่าตอนแรกไม่ได้มีแพลนจะไป แต่หลังจากนัดกินข้าวกับแก๊งเพื่อนสาวมิตซุย ชีทั้งหลายซื้อตั๋วจะไปญี่ปุ่นกันหมดเรียบร้อย ฮือๆ อยากไปด้วยมากๆ เลยดั้นด้นตามหาตั๋วแล้วก็ทำวีซ่าอย่างด่วน + ลางานกับเจ้านาย (ที่ตอนแรกคิดว่ายังไงๆก็คงอด) ทริปนี้ใช้วันลาทั้งหมด 4 วัน ถ้าลาเพิ่มอีกแม้แต่วันเดียว สงสัยเจ้านายคงให้ลาไปอยู่บ้านยาวล่ะมั้งเนี่ย หุหุ สมาชิกที่ไปด้วยกันคือ นังกิ๊ก นังกลอย และนังกิ๊ฟ สาวสวยสาม ก อิอิ แพลนของกิ๊ฟคือ 6 วันในคันไซและ 7 วันสำหรับสองสาว เนื่องจากกิ๊ฟขอกลับก่อน 1 วัน โดยเรามีแผนกันดังนี้ค่ะ โอซาก้า - ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ - เกียวโต 2 วัน - ฮิเมจิกับโกเบ - นารา - และเก็บตกโอซาก้าวันสุดท้ายสำหรับ 2 คน พวกเราเดินทางออกจากเมืองไทยกันคืนวันจันทร์ ไปถึงสนามบินคันไซก็ประมาณ 7 โมงเช้า อากาศร้อนกว่าที่คิดค่ะ และแน่นอนซากุระเหี่ยวหมดแล้ว ฮือ

 

 ยืนยันว่ามาถึงแล้ว

 

แผนที่ทางเข้าเมืองโดยรถไฟสาย Nankai คนอื่นๆส่วนมากจะซื้อบัตร JR Pass กัน แต่ Nankai ไปถึงบ้านเพื่อนเลยแถมประหยัดกว่าอีกต่างหาก จะเดินขึ้น Nankai ต้องซื้อตั๋วที่ช่องสีส้มนะคะ

สภาพรถไฟตอนประมาณ 7 โมงครึ่ง ยังโล่งอยู่เลย แอบเสียดาย (ทริปนี้ เราสามสาวอยากมาสัมผัสวิถีชีวิตคนญี่ปุ่น อยากทำอะไรเหมือนคนญี่ปุ่น จะได้ไม่เป็นนักท่องเที่ยวชะโงกทัวร์ ดังนั้นหนึ่งในเป้าหมายของการใช้ชีวิตแบบสาวญี่ปุ่นก็คือ การโดนจับก้นบนรถไฟ 5555555) แล้วจะมาบอกว่าจบทริปแล้ว พวกเราเสร็จสมอารมณ์หมายกันรึป่าว อิอิ 

มาถึงสถานีรถไฟใกล้บ้านเพื่อนแล้ว ระหว่างรอเดินกลับบ้าน เจอรถนักเรียนอันปังแมน น่ารักมากมาย

อาหารมื้อแรกที่แม่บ้านญี่ปุ่นทำให้กิน ของคนอื่นเป็นข้าวหน้าเนื้อ ของอิกิ๊ฟเป็นข้าวหน้าไก่ (โอยาโกะด้ง) อร่อยลืมเหนื่อยลืมง่วงไปเลย ออฟจ๋า...กลับมาเปิดร้านอาหารญี่ปุ่นเมืองไทยเท้อ

มาถึงก็ฝนตกซะแล้ว วันแรกอากาศไม่หนาวเหมือนที่คิด ตอนแรกแพลนของวันนี้คือไปประสาทโอซาก้า กับไปเที่ยวชมวัฒนธรรมของชาวเมืองโอซาก้ากัน มีการเปลี่ยนแผนกันเล็กน้อยเนื่องจากฝนตก จะเปลี่ยนเป็นอะไร เดี๋ยวมาดูกัน

เห็นอะไรก็ถ่ายกันดะ กลัวเค้าว่ามาไม่ถึง อิอิ

นี่ล่ะ โฉมหน้าแม่บ้านญี่ปุ่นของเรา ถ่ายหน้าสถานี NHK Osaka จากสถานีรถไฟ เดินทะลุผ่านตึก NHK เดินต่อไปอีกหน่อย ก็จะเจอปราสาทโอซาก้า เป้าหมายแรกของวันแรก...

ยังไม่ถึงปราสาทก็ประสาทถ่ายก่อนแล้ว สามกระเหรี่ยงอพยพจากเมืองไทย 555

 

เข้ามาถึงในบริเวณปราสาท ก็จะมีบ่อน้ำให้ล้างมือ ล้างหน้า นังสี่ตัวนี้เอากะบวยมาถ่ายรูปอย่างเดียว บ้ากล้องจริงจริ๊ง

 

เย้ มาถึงหน้าปราสาทซะที ปราสาทโอซาก้าเป็นของโชกุนท่านหนึ่ง (ซึ่งแก๊งกะเหรี่ยงไม่รูว่าท่านโชกุนชื่ออะไร ไม่รู้ว่าปกครองปีไหน ไม่รู้ประวัติศาสตร์ไรเลยเพราะฟังญี่ปุ่งมะออก) ข้างในปราสาทถ่ายรูปไม่ได้ แล้วก็ไม่มี subtitle บรรยายเป็นอังกิตด้วย เลยใบ้กันตลอดทริป

ระหว่างถ่ายฝนตกหนักหนาเม็ด แต่แก๊งกะเหรี่ยงก็ไม่เคยย่อท้อต่อเม็ดฝน ลงทุนลงแรงสละร่มคู่ชีพเข้าไปถ่ายรูปครอบครัวหรรษา ส่งผลให้คนพื้นเมืองหัวเราะให้กับความบ้ากล้องของนังพวกนี้

หลังจากเที่ยวชมประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมโบราณ พวกเราก็ต้องเปรียบเทียบกับวัฒนธรรมสมัยใหม่ซะหน่อยเพื่อช่วยให้เราเข้าใจชาวโอซาก้ามากยิ่งขึ้น จึงไม่รอช้า กระตือรือร้นเข้าชมสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์....นัมบะ....แหล่งช๊อปปิ้งใหญ่ที่สุดของโอซาก้า

ร้านรวงตลอดแนวสองข้างทางเป็นกิโล มีทุกสิ่งให้ท่านเลือกสรร แต่ที่อยู่นานและอยู่ยาว ก็คือร้านเครื่องขายยาสำหรับเครื่องสำอาง คนขายจำหน้าอีพวกนี้ได้หมดแระ

บรรยากาศวิวสวยๆ กับคนสวยๆ 555

เมืองไทยเลิกฮิตแต่ที่ญี่ปุ่นก็ยังคึกคัก สี่สาวเลยเข้ามาถ่ายสติ๊กเกอร์สักหน่อย มีให้เลือกว่าจะเอาแบบน่ารักหรือว่าแบบบสวย พวกเราเลือกแบบน่ารักเพราะสวยอยู่แล้ว กร๊ากกกก

นี่ก็หมกมุ่นกะปาจิงโกะสุดๆ เหรียญหล่นมาเต็มเลย

เดินจนเหนื่อยก็ได้เวลาหม่ำกันแล้ว มาโอซาก้าก็ต้องมากินโอโคโนมิยากิหรือพิซซ่าญี่ปุ่นนี่เอง...ร้านเด็ดของเมืองอยู่ใกล้ๆกับป้ายกูลิโกะอันลือลั่น เด็ดยังไงเดี๋ยวตามไปดูกันนะ

อุปกรณ์ที่มีให้คือตะหลิ๋วคนละอัน เอาไว้เคาะหัวเพื่อนที่เอาแต่ส่องผู้ชาย ไม่ยอมกิน

ทำหน้าจิ้มจิ๊กันตลอดเวลาเลยนะพวกเมิง

ของเด็ดประจำวันนี้...ดูหน้านังกิ๊กได้ แทะโลมสุดๆๆ

กรี๊ดดดดดด น้องมาเสริฟ์อาหารที่บ้านป้าๆ อุ๊ย พี่ๆที่บางกอกไม๊คะ ยิ้มนี้ใจป้าละลาย น้องเค้าใสจิงๆ นังกิ๊กกะนังกลอย (สองสาวที่ทำหน้าจิ้มจิ๊) ไม่เป็นอันกิน คอยแต่จะเรียกให้น้องเค้ามาบริการ น้องเค้าก็คงรู้ตัวว่าถูกกระทำชำเราทางสายตา เขินหน้าแดงแต่ก็นะ ชอบเดินมาให้ป้าใจละลาย อย่างงี้เค้าเรียกว่าอยากเล่นกะไฟ 5555

เป็นที่น่าสังเกตว่าผู้ชายญี่ปุ่นต้องกันคิ้วให้ดูดีมีโหงวเฮ้ง อันนี้แม่บ้านญี่ปุ่นบอกมา คิ้วเงี้ยสวยเป็นระเบียบ เค้าจะกันคิ้วเวลาไปตัดผมที่ร้าน ส่วนสาวๆ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคิ้วต้องเนี้ยบอยู่แล้ว

ขั้นตอนการทำโอโค ฯ ก็ต้องใส่ผักลงไปก่อน (ถ่ายไปงั้นแหละ จิงๆอยากถ่ายหน้าน้องเค้า ฮ่าๆ)

ออกมากลมบ๊อกสวยงาม หน้าตาดีทั้งอาหารและคนทำ

เสร็จแล้วโรยแผ่นปลาหมึกลงปาย

กลับด้าน ราดซอส เป็นอันว่าทานได้

ส่วนอันนี้คืออาหารอย่างอื่นที่สั่งมา เป็นหมูผัดกิมจิกับผักขมอบชีส อร่อยทุกอย่างเลย

กินเสร็จก็ออกมาถ่าย landmark ของโอซาก้า

ป้ายกูลิโกะอันลือลั่น

บริเวณที่ถ่ายป้ายกูลิโกะจะเป็นสะพานเดินเชื่อมร้านรวงสองฝั่งไว้ด้วยกัน ตอนกลางคืนจะมีวัยรุ่นยืนแถวนั้นเต็มไปหมด อิกิ๊ฟก็แอบเห็นมีผู้ชายใส่สูทหัวทองยืนกันเป็นกลุ่มๆ กลุ่มละ 3-4 คน เลยถามเพื่อนแม่บ้านญี่ปุ่นว่าเค้ามายืนทำไรกัน ได้คำตอบว่าเวลามีสาวสวยเปรี้ยวเดินผ่านมา ก็จะแจกนามบัตรถามว่า สนใจมาทำงานที่'เกะไม๊ หรือว่าสนใจจะถ่าย AV ไม๊ โอ้ว เป็นนายหน้านี่เอง อิกะเหรี่ยงจากไทยแลนด์เลยเดินผ่านกันใหญ่หลายรอบ แต่ไม่เห็นได้นามบัตรสักกะใบ สงสัยสวยจอแบนไปหน่อย อิอิ

นี่ก็ landmark ร้านขาปูยักษ์ที่ทัวร์ต้องแวะพาไปกิน แต่เนื่องจากเราเป็นทัวร์เน้นสุขภาพ (กระเป๋าตังค์) เลยไม่ได้แวะ แหม ขาปูขาเดียว 400 บาทนะค้า

สีสันของนัมบะ

หลังจากที่ป้าๆพยายามล่อลวงน้องพิซซ่าญี่ปุ่นไม่สำเร็จ เลยขอพาตัวเองเข้าร้านต้องห้ามสักหน่อย มากันเองก็ดีแบบนี้แหละ เดินกันจนหายอยาก

ดูข้างนอกก็เหมือนร้านธรรมดา แต่ข้างในไม่ธรรมดา

ได้ออเดอร์มาจากเมืองไทย สองป๋อง เลยเลือกกันลานตาทีเดียวเชียว รู้แล้วใช่ปะว่าอะไร ใครไม่รู้บอกให้ว่ามันคือ ปิกระป๋องค่ะ

ชุดวาบหวิวเต็มเลย โทไปถามพี่บึ้กว่าอยากได้ชุดพยาบาลไม๊ 555 พี่บึ้กขอบาย ว้า

นี่ ชุด นร.ญี่ปุ่น สงสัยจะใส่แล้วรึป่าวเลยต้องใส่ถุงไว้อย่างดี

ร้านนี้มีสองชั้นค่ะ เดินเข้าไปก็จะมีขายของอย่างที่เรารู้ๆกัน มีตั้งแต่ปิป๋อง ดุ๊กดุ๋ยทั้งแบบธรรมดาและมีมอเตอร์ เสื้อผ้าวาบหวิว ส่วนชั้นล่างจะเป็นวีดีโอซะเป็นส่วนใหญ่ แต่ที่ทำให้วิ่งขึ้นมาแทบไม่ทันก็เจอถุงกุงเกงลิงใช้แล้ว (ไม่ซัก) ถุงเบ้อเริ่มนี่ล่ะ อี๋

ออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์ข้างนอก เจอร้านขายไอติมทะเล้น เป็น soft cream เหนียวหนืด อร่อยมากมายโดยเฉพาะรสชาเขียว

จบโปรแกรมวันแรกเรียบร้อยแล้ว เดินกลับบ้านกันอย่างสลบไสล นี่แค่วันแรกก็เกือบเดี้ยงกันแล้ว วันต่อไปจะไปแรดกันที่ไหน อดใจรอไม่นาน จะกลับมารีวิวให้ชมนะคะ

ปล. เพิ่งรู้ตอนกลับมาว่า ของที่เราซื้อจากร้าน sex shop เนี่ย จริงๆถือว่าผิดกม. เมืองไทยที่เอาเข้ามาเพราะเป็นสื่อลามกอนาจาร ถ้าไม่เจอตรวจก็รอดตัวไป แต่ถ้าเค้าเรียกขึ้นมา ก็ถือว่าซื้อปิกระป๋องมาฝาก ตม. แล้วกันนะคะ

ไปล่ะค่ะ บายๆๆ จุ๊บ

 

 

Comment

Comment:

Tweet


#10 by (202.67.39.22|202.67.39.22) At 2014-07-27 11:29,
อยากรู้ว่าอยู่ตรงไหนค่ะ เดินนัมบะหลายรอบยังหาไม่เจอเลย TT อยากเห็นอ่ะ
#9 by มิ (103.7.57.18|180.42.127.3) At 2012-11-19 09:37,
warm biological observed near
#8 by leicesterm (216.45.58.187) At 2010-08-18 16:02,
suggest trends affected sensitivity degree contends
#7 by fitz walte (216.45.58.186) At 2009-08-05 00:17,
พี่กิ๊ฟไปเที่ยวหลายที่มากมาย อิอิ อิจฉาๆ

เด็กเสริฟหน้าตาดีจิงๆด้วย 555 question
#6 by .:~ [F]is[Z]Y ~: At 2009-05-15 02:01,
รักเหมือนกันคับ big smile
#5 by เถ้าแก่หนุ่ม At 2009-05-13 15:56,
เค้าคัดหน้าเด็กเสริฟปะเนี่ย น่ารักเชียว อิๆๆ
อยากกินสตรอเบอรี่คงหวานน่าดู
#4 by aMy At 2009-05-13 07:47,
แกๆ ช่วยเลือกรูปชั้นสวยๆใสๆลงมั้งเห๊อะ

ว่าแต่ คิดถึงน้องพิซซ่าเนอะ จ๊วบบบบบบบบบ+
#3 by glory ^^ (58.181.138.227) At 2009-05-12 15:37,
หล่อได้ใจจริงๆ ที่รีวิวมาน่าดูก็พ่อครัวนั่นแหละแก อิอิ
#2 by เจ้นี (58.9.174.163) At 2009-05-11 09:56,
อยากไปมั่งจังเลย *

จะไปดู เจร็อก *

อิ..อิ *
#1 by muzykiz `` At 2009-05-06 09:23,

BLuEs&A~bLuEskY
View full profile
Code Here.