2010/Feb/19

หลังจากงานแต่งผ่านไปเกือบเดือน ก็ได้ฤกษ์มารีวิวให้คุณๆได้ชมซะที รู้นะว่าแอบเข้ามาอ่านบลอคทุกวัน เพราะอยากเห็นรูปล่ะสิ อิอิ =) งั้นเพื่อไม่เป็นการเสียเวลา เริ่มกันเลยดีกว่าเนอะ รูปเยอะด้วย โหลดนานหน่อยก็ใจร่มๆกันนะคะ

งานหมั้นกับงานแต่งของกิ๊ฟจัดวันเดียวกันค่ะ เลยทำให้เหนื่อยแฮกเล็กน้อยเพราะฤกษ์สวมแหวน เวลา 7.09 น. ตอนเช้า ก็หมายความว่าต้องตื่นประมาณตี 3 เพื่อมาแต่งหน้า หรือเอาง่ายๆก็คือไม่ได้นอนนั่นเอง 555

งานหมั้น : สถานที่ ห้อง Shianghai 38, Sofitel Silom Bangkok

Photographer : Fotozeed

เหตุผลที่เลือกที่นี่เพราะว่าชอบห้องมาก เป็นห้องอาหารจีนที่อยู่บนชั้น 38 สูงแล้วก็ดูเหมาะกับงานหมั้นแบบจีนของเราม๊ากมาก เอ้า ไหนๆก็ไหนๆ เอาให้มันแดงๆซะหน่อยจะเป็นไรเนอะ

แต่งตัวลงมาเสร็จก็ถ่ายรูปกับแม่เจ้าสาวแล้วก็น้องสาวซะหน่อย ถึงจะเช้าแค่ไหน เราก็บยั่น

ผูกเนคไทมาเบี้ยวๆบูดๆ ว่าที่คู่หมั้นก็ต้องช่วยดูแลกันหน่อย

เพื่อนเจ้าสาว 2 คน นังแอน นังออม

จูงมือเดินเข้างาน สำหรับพิธีสวมแหวน

กว่าจะได้สวมแหวน รอนานมากเนื่องจากทำพิธีเปิดสินสอด แล้วก็จัดวางของต่างๆเสร็จเร็วกว่าฤกษ์ เลยต้องนั่งรอเฉยๆเกือบ 10 นาที บรรยากาศมาคุเล็กน้อยเพราะไม่รู้จะทำอะไร พอเจ้าหน้าที่โรงแรมบอกว่าได้เวลาแล้ว ค่อยหายใจได้ทั่วท้องหน่อย แต่ดูเหมือนพี่บึ้กจะแอบมึนและง่วง เพราะยื่นมือขวามาให้สวมแหวนเฉยเลย 555

โดนจองแล้วนะจ๊ะ

ครอบครัวฝ่ายเจ้าสาวค่ะ

หลังจากสวมแหวนเสร็จ ก็ให้แขกได้ทานอาหารเช้า ระหว่างนั้น อิกิ๊ฟก็ต้องวิ่งไปเปลี่ยนชุดเป็นชุดเจ้าสาว คนจีนเค้าเรียกว่าชุดเดินทาง เป็นชุดยาวสีชมพู ใส่เวลล์ที่ผม ในสมัยก่อนวันหมั้นกับวันแต่งงานเป็นคนละวันกัน สมัยนี้รวบรัดมากขึ้นเลยใช้เป็นวันเดียวกัน วันแต่งนี้คือวันที่เจ้าบ่าวต้องมารับตัวเจ้าสาวที่บ้านไปที่บ้านผู้ชาย มีการกั้นประตูเงินประตูทอง เนื่องจากกิ๊ฟหมั้นที่นี่เลยใช้ที่นี่ประหนึ่งเป็นบ้านเจ้าสาวสำหรับรับตัวไปด้วยเลยค่ะ

เปลี่ยนชุดแล้ว ญาติๆบอกเหมือนเจ้าแม่กวนอิม O_O เพราะว่ามีผ้าคลุมผมสีชมพูยาวถึงเอว แถมต้องติดต้นทับทิมอีกต่างหาก

ด่านกั้นประตูยาวมากกกกกกกกกก ยาวจนเจ้าบ่าวแจกซองเกลี้ยง

หลังจากฝ่าด่านประตูทั้งหลายมาได้ ก็รับตัวเจ้าสาวออกจากโรงแรมไปที่บ้านฝ่ายชาย เพื่อไหว้เจ้าแล้วก็ไหว้ปะป๊าของพี่บึ้กที่เสียไปแล้ว เป็นอันจบพิธีงานแต่งแบบจีนค่ะ

ขึ้นรถเตรียมออก

จะสังเกตุเห็นว่าพ่อเจ้าสาวต้องใช้ใบทับทิมพรมน้ำที่รถเจ้าสาว เพื่ออวยพรให้เดินทางปลอดภัย พ่อแม่ของเจ้าสาวจะตามไปส่งได้แค่ที่รถเท่านั้น แต่ญาติๆและเพื่อนสามารถตามไปส่งถึงเรือนหอได้ค่ะ

หลังจากไหว้เจ้าเสร็จ ก็ขึ้นมาที่เรือนหอเอาของมาเก็บ สังเหตุบนเตียงจะมีพวกตะเกียงสำหรับเป็นแสงสว่าง ต้องจุดตะเกียงนี้ไว้ติดต่อกัน 3 วัน 3 คืน แล้วก็ของใช้ในงานต่างๆค่ะ

จบรีวิวงานหมั้นและแต่งแบบจีนไปอย่างย่อๆ ก็มาถึงรีวิวงานเลี้ยงฉลองแต่งงานตอนเย็นนะคะ

งานเลี้ยงฉลองแต่งงาน : สถานที่ ห้องสกุณตลาบอลลูม, The Peninsula Bangkok

Wedding Planner : Love event

Photographer : Fotozeed

Make Up : พี่แมว ทัศนพงษ์ สวัสดิพงษ์

Card : ออกแบบโดย love event พิทพ์โดยโรงพิมพ์ มัณฑณาการพิมพ์

ดนตรี : เปิดแผ่น

Concept : Scrap (love) book

Concept color : Blue Marine, Green Lemon

Hilight : โปรดติดตาม

กิ๊ฟกับพี่บึ้กไปถึงเพนนินประมาณเที่ยงกว่าหลังจากพักเหนื่อยจากงานเช้า กะว่าจะไปนอนงีบนึงที่เพนนินแต่ก็ไม่มีเวลาเลย ง่วงมากแต่ก็ต้องสู้ อิอิ อิกิ๊ฟเริ่มทำผมตั้งแต่ประมาณบ่าย 2 แต่ว่าช่างแต่งหน้ามาช้ามากก เกือบ 4 โมงเย็น เลยไม่มีรูปคู่ถ่ายก่อนเริ่มงานเลย แต่งตัวเสร็จก็ 6 โมงแล้ว ไม่ได้ซ้อมอีกต่างหาก แต่ไหนๆก็ไหนๆ ไปด้นสดหน้างานเลยละกัน

ตอนที่เราสองคนได้คุยกับ wedding planner คอนเซปต์งานคือ scrapbook มีที่มาจากของขวัญวันเกิดชิ้นแรกที่กิ๊ฟให้พี่บึ้กเป็นอัลบั้ม scrapbook และเป็นของขวัญที่พี่บึ้กประทับใจที่สุด เป็นงานอดิเรกทื่อิกิ๊ฟชอบที่สุด เลยเป็นที่มาของธีมงานในคืนนี้ค่ะ ส่วนสีของงานเป็นสีฟ้าน้ำทะเลและเขียวมะนาว เนื่องจากเราสองคนชอบสีฟ้าแล้วก็คิดว่าเขียวกับฟ้ามันดูเป็นงานที่ให้อารมณ์สบายๆและเป็นกันเอง 2 สีนี้จึงถูกใช้เป็นสีหลักค่ะ แซมด้วยชมพูและเหลืองเพื่อเพิ่มความสดใส นอกจากนี้ยังเพิ่มลายจุดที่อิกิ๊ฟชอบมากเป็นพิเศษด้วย

Backdrop ด้านล่างออกแบบให้เหมือนสมุด scrapbook โดย request ขอดอกไม้น้อยที่สุด เน้น inkjet เยอะหน่อยค่ะ ตรงจุดด้านล่างจะติดกากเพชรเพื่อให้ดูวิ้งๆ

  

งานนี้ อิกิ๊ฟมี request เยอะมากกกกก เป็นเจ้าสาวที่มีข้อแม้หลายอย่างแต่ก็อยากให้งานออกมาเป็นตัวเองมากที่สุด ได้ทำสิ่งที่ต้องการมากที่สุด จนมาม้าบอกว่า เรื่องมากกกกกกกกกกกที่สุดในโลก

แต่ไม่ใช่อิกิ๊ฟ request คนเดียวนะคะ พี่บึ้กเองก็ request อิกิ๊ฟด้วย บอกเบาๆ(อย่างหนักแน่น)ว่า อยากทำอะไรไม่ว่า ขออย่างเดียว ไม่ถ่ายรูป pre wedding หน้างานนะ เป็นคำขอที่เจ้าสาวคนอื่นๆคงจะลำบากใจไม่น้อย อิกิ๊ฟเองก็งง มึน แล้วก็ตอบรับไปแบบเอ๋อๆ แต่สุดท้าย กิ๊ฟเชื่อว่า งานแต่งงานเป็นความต้องการร่วมกันของคนสองคน ถ้าอีกคนไม่อยากทำแล้วไปบังคับให้ทำ จะเรียกว่างานแต่งงานของเราได้ยังไง จริงไม๊คะ

ดังนั้น เมื่อไม่มีรูป pre-wedding นอกจากจะประหยัดแล้ว อิกิ๊ฟก็ต้องมึนตึ้บว่าจะหารูปที่ไหนมาติดหน้างาน แต่สุดท้าย ก็ปิ๊งไอเดียว่า สวยได้แบบแตกต่างโดยเอารูปที่ถ่ายไว้ตลอด 10 ปีนั่นแหละ มาทำ scrapbook ให้เข้ากับธีมงาน ติดลงบนบอร์ดไม้ขนาดใหญ่แล้วใส่กรอบ มีแต่คนมาถ่ายรูป ภูมิใจมั่กๆ

ส่วนแกลลอรี่หน้างานก็ใช้รูปที่ถ่ายเล่นด้วยกันมาทำเป็นธีมเล็ก 2 ธีม : Life is beautiful adventure กับ Love Talay

บอร์ดนี้เป็นรูปที่ถ่ายเล่นตอนไปเที่ยวด้วยกัน

ส่วนอันนี้เป็นรูปที่ถ่ายจากทะเลหลายๆที่ที่เคยไปด้วยกันมา ติดรองเท้าแตะจริง 2 คู่กับห่วงยาง น่ารักเนอะ ^^

ซูมใกล้ๆ

ป้ายบอกทางไปห้องจัดเลี้ยง ใช้แบบเดียวกับการ์ด

ส่วนโต๊ะ reception หน้างานให้แขกเขียนคำอวยพรลง blessing card รูปบ้าน แล้วก็ให้แขกทำ scrapbook เองโดยติดสติ๊กเกอร์แล้วก็ stamp เสร็จแล้วเอาไปแขวนไว้บนต้นไม้ inkjet ด้านหลัง

ส่วนของชำร่วยเป็นพวกกุญแจรูปไก่ ปีเกิดของอิกิ๊ฟค่า

กล่องใส่ซอง

เข้ามาในงานกันบ้าง เวทีตกแต่งโดยออกแบบให้เหมือนกับการ์ด โดยใช้หนังสีฟ้าบุแล้วประดับด้วยเม็ดคริสตัล ติดโลโก้เป็นชื่อของกิ๊ฟกะพี่บึ้ก เป็นส่วนตกแต่งที่อิกิ๊ฟชอบที่สุดเลยย

น้ำแข็งแกะสลักเป็นชื่ออักษรย่อของเราสองคน ข้างในใส่ดอกไม้สีเขียวให้เข้ากับสีของงาน

ในงานมีสิ่งพิเศษเล็กๆน้อยๆที่น้องสาวของกิ๊ฟทำให้เป็นของขวัญ คือการสัมภาษณ์แขกทุกคนที่มาร่วมงานเป็นวีดีโอเก็บเอาไว้ให้เราสองคนดู น้ำตาไหลเลยล่ะค่ะ ซึ้งมาก

คนขวาคือน้องสาวเจ้าสาว คนซ้ายคือพิธีกรภาคสนาม เป็นนักแสดงเรื่องปายอินเลิฟ น้องเค้าน่ารักมากกกๆ

มาถึงส่วนของพิธีการกันบ้าง เป็นงานแต่งงานที่ไม่มีพิธีการอะไรเลยค่ะ เพราะเป็นงานที่ไม่มีประธานในพิธี เนื่องจากเราเห็นตรงกันว่าประธานที่สำคัญที่สุดในชีวิตเราคือพ่อแม่ของเราทั้งสองคน แล้วเราก็ไม่อยากให้มีไชโยๆด้วย ดังนั้น หลังจากฉาย presentation เสร็จ ก็เปิดตัวกิ๊ฟโดยการเดินเข้ามากับปะป๊า เพื่อมาส่งให้พี่บึ้กที่กลางห้อง

ขึ้นเวทีเรียบร้อยแล้ว พิธีกรก็เริ่มถามคำถามเรา 2-3 คำถาม ซึ่งอิกิ๊ฟพยายามสืบว่าจะถามอะไรแต่ก็ไม่ยอมบอก คำถามแรกคือ หลังจากจบงาน จะทำอะไรก่อนเป็นอย่างแรก...

พิธีกรให้เจ้าสาวตอบก่อน ซึ่งเจ้าบ่าวอึ้งไปแล้วค่ะ พิธีกรเป็นเพื่อนที่ทำงานของอิกิ๊ฟดังนั้นความแสบ ไม่ต้องพูดถึง

คุณๆว่าอิกิ๊ฟจะตอบว่าอะไรคะ.........

"กิ๊ฟคงจะถามเฮียว่า ระหว่างเฮียกับกิ๊ฟ ใครจะถอดก่อนกัน"

อึ้งไปทั้งห้องค่ะพี่น้อง....

"ถอดรองเท้าค่ะ อย่าคิดลึกสิคะ" เรียกเสียงฮาจากแขกทั้งห้อง แต่หันมาหาพี่บึ้ก หน้าเหวอไปเรียบร้อย

"ผมได้ยินคำถามก็ว่าอึ้งแล้ว เจอคำตอบเจ้าสาวอึ้งหนักกว่าเดิมครับ" แขกฮากระจายไปเลยค่ะ

หลังจากตอบอีก 2 คำถาม ก็มีเซอร์ไพรส์ให้พี่บึ้กโดยการให้ดอกทานตะวัน ซึ่งเป็นดอกไม้ที่อิกิ๊ฟให้พี่บึ้กวันแรกที่เราเจอกัน

หน้าพี่บึ้กเหวอตอนรู้ว่ามีเซอร์ไพรส์ น่ารักเนอะ

จบจากเซอร์ไพรส์ก็ได้เวลาเดินไปรินแชมเปญ งานนี้ไม่มีตัดเค้ก เพราะกิ๊ฟตะขิดตะขวงใจว่า ทำไมวันแต่งงาน เราต้องมาจับมีดของมีคมกันด้วย เรื่องมากอีกแล้วใช่ไม๊คะ 555

ก็เลยได้เทแชมเปญ tower สวยงามที่ไม่ใช่แชมเปญธรรมดา แต่เป็นแชมเปญสีฟ้า สีสวยเข้ากับงานเปี๊ยบเลยค่ะ

หลังจากเทแชมเปญเรียบร้อย ก็เดินไปมอบเค้กกับบลูโซดาให้พ่อแม่ของเราทั้งคู่ อิกิ๊ฟมีเซอร์ไพรส์ให้การ์ดทำมือกับมาม๊าทั้ง 2 ฝ่ายด้วย

ช๊อตนี้ซึ้ง จนได้ฉายาซีนว่า "เค้กเผ็ด" 555 เผ็ดกันถ้วนหน้า น้ำตาไหลตั้งแต่เจ้าสาวถึงแขกร่วมงาน

จบตรงนี้ งานอื่นๆคงเป็นการโยนดอกไม้ให้เพื่อนเจ้าสาว แต่งานนี้ มี special request อีกแล้วครับท่าน กิ๊ฟตั้งใจให้ดอกไม้กับเพื่อนเจ้าสาว 2 คน ที่คอยอยู่ดูแลกันมาตลอด 10 ปี เพื่อนเจ้าสาวไม่รู้เรื่องมาก่อน เลยได้เสียน้ำตากันไปอีกรอบ แขกในงานก็ซึ้งกันถ้วนหน้า เป็นซีนที่แขกหลายท่านเดินมาบอกว่า ชอบไอเดียนี้สุดๆ

กับนังแอน ที่ร้องไห้ตั้งแต่เดินเข้างาน ขอบคุณนะเพื่อนที่อยู่ด้วยกันมาตลอด

จบงานแล้ว แม้จะเหนื่อยแต่มีความสุขแล้วก็รู้สึกอิ่มใจมาก เพื่อนเก่าจากสมัยมัธยม มหาลัย พี่ๆที่ทำงานเก่า แล้วก็ญาติๆทุกคนมาร่วมงานกันอย่างพร้อมเพรียงมากแม้ว่าเป็นวันศุกร์ตอนเย็นที่รถ โค-ตะ-ระ ติดก็ตาม

เอารูปมาดูมีแต่รอยยิ้ม ทำให้ดูรูปไป ก็มีความสุขไปด้วย เป็นค่ำคืนที่พิเศษที่สุดในชีวิตจริงๆ

อ้อ ลืมบอกไปว่า บนเวทีไม่มีการให้บ่าวสาวหอมแก้ม (อะไรที่เค้ามีเราไม่มี อะไรที่เค้าไม่มีเราก็จะมี) พี่ๆที่โคห์เลอร์เลยสนอง need เจ้าสาวให้โดยการให้กัดเม็ดราสเบอรี่คนละครึ่ง สนุกมากๆค่ะ

ตากล้องสั่งให้มองหน้ากันเฉยๆ แต่มันอดขำไม่ได้ อยู่ดีๆก็ให้มามองหน้ากันทำตาซึ้งๆ ทำไม่เป็นอะค่ะ

กระต่ายน้อยกลอยใจ...พี่บึ้กยอมเล่นด้วย 555